ครีมกันแดด เคล็ดลับผิวอ่อนวัย

ครีมกันแดด  เคล็ดลับผิวอ่อนวัย

เรื่องใกล้ตัว ที่หลายคนคุ้นเคย แต่จากสถิติพบว่า
70% คือ ตัวเลขคาดการณ์ คนที่เคยซื้อกันแดด (เป็นผู้ชายเพียง 15%)
50% คือ ตัวเลขคาดการณ์ คนที่ใช้กันแดด
30% คือ ตัวเลขคาดการณ์ คนใช้กันแดดเป็นประจำ

แสงแดดเป็นตัวการทำลายผิวที่สำคัญ

แท้จริงแล้ว 80% ของปัญหาผิว เกิดจากรังสี UV  ฝุ่นควัน รวมไปถึงแสงจากอุปกรณ์อิเลคโทรนิก มลภาวะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เหล่านี้ ทำให้เซลล์ผิวหนังสร้างเม็ดสีเมลานินมากขึ้น จนเกิดริ้วรอย เหี่ยวย่น หมองคล้ำ ฝ้า กระ ผิวแห้งกร้าน ผิวขาดสมดุล หรือ “ผิวแก่ก่อนวัย” (Premature Aging)
ไม่ว่าคุณจะออกแดด หรืออยู่ในร่ม ก็ได้รับรังสีตกกระทบที่สะท้อนมาถึงผิวของเราได้เช่นกัน
ฉะนั้นการป้องกันการเกิดผิวแก่ก่อนวัย คือ การใช้กันแดดเป็นประจำ

SPF/PA ที่เหมาะสมกับคุณ
การเลือกใช้ครีมกันแดด ต้องพิจารณาจาก 2 ข้อ

  1. สีผิวพื้นฐาน  คนที่มีโทนสีผิวขาวเหลือง ทำให้ผิวได้รับการทำลายด้วยรังสีจากแสงแดดได้ง่ายกว่าคนที่มีสีผิวโทนสีเข้ม
    จึงจำเป็นต้องได้รับการป้องกันด้วย SPF ที่สูงกว่า
  2. กิจกรรมในการสัมผัสกับแสงแดด มากหรือน้อย และระยะเวลาในการออกแดด ยิ่งนานหรือยิ่งเจอแดดมากก็ต้องเลือกใช้  SPF ที่สูงขึ้น

ค่า SPF ใช้สำหรับการบอกระยะเวลา (นาที) ในการปกป้องผิวจาก UVB ที่ทำให้ผิวแสบร้อนและไหม้ เป็นจำนวนเท่าของระยะเวลาที่ผิวทนต่อแสงแดดในสภาวะปกติได้ เช่น ผิวขาว อาจจะทนต่อแสงแดดได้ 10-15 นาที คำว่า SPF30 จึงหมายความว่า ครีมกันแดดปกป้องได้ประมาณ 30 เท่าจากปกติ ในช่วง 300 – 450 นาที (5-7 ชม) โดยประมาณ ขึ้นกับปริมาณความเข้มแดด เหงื่อที่ชะล้างกันแดด รวมถึงปริมาณครีมที่ทาด้วย  

ค่า PA ใช้สำหรับบอกการปกป้องผิวจาก UVA ซึ่งเป็นรังสีที่ทำลายผิวในชั้นลึก สาเหตุหลักของการแก่ก่อนวัยของผิว สำหรับคนเอเชียคนไทย ค่าการปกป้องที่เหมาะสมคือ PA+++ หรือ PA++++

จากรูปข้างต้น จะสังเกตได้ว่า SPF ที่เหมาะสมในการปกป้องผิว คือ ประมาณ SPF 30-50 เพราะ สามารถปกป้องรังสีได้มากถึง 97-98%
การใช้ SPF ที่สูงเกินกว่า 50 จึงอาจไม่จำเป็น เพราะค่าการปกป้องครอบคลุมเกือบจะ 100% และ
แต่หากต้องสัมผัสแสงแดดเป็นระยะเวลานานๆ “ควรทากันแดดซ้ำ” เพื่อเพิ่มระยะเวลาในการปกป้อง
(http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/24313722)

ปริมาณการทากันแดดในแต่ละครั้งนั้น หากเป็นประเภทเนื้อครีมควรใช้ปริมาณ 2 ข้อนิ้วต่อครั้ง การทาในปริมาณที่น้อยเกินไปจะปกป้องได้น้อยกว่าค่า SPF ที่เขียนไว้ เช่น หากทากันแดด SPF 50 น้อยกว่า 2 mg/cm2  จะได้รับการปกป้องผิวเหมือนกับ SPF 10-20 เท่านั้น (http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/19962787)

ปัญหา“ผิวแก่ก่อนวัย” ยังเกิดได้จาก ปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) บนผิวหน้า จากมลภาวะภายนอก ความร้อน ฝุ่นควันขนาดเล็ก และจากภายในร่างกาย ได้แก่ ความเครียด การดื่มแอลกอฮอล์  การขาดสารอาหาร และวิตามิน สูบบุหรี่ การใช้ยาบางชนิด ล้วนทำให้ผิวเสื่อมสภาพทั้งสิ้น

ครีมกันแดดที่ดี จึงไม่เพียงแค่ปกป้องผิวจากแสงแดดเท่านั้น แต่ต้องลดการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่ผิวได้ด้วย สารต่อต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidants) จึงเหมือนเป็นเกราะป้องกันของครีมกันแดดอีกหนึ่งชั้น ทำผิวแข็งแรงแชุ่มชื้นขึ้น ไม่ให้แสงแดดทำร้ายผิวได้โดยง่าย

ดังนั้น ครีมกันแดดที่มีค่า SPF เหมาะสม มีส่วนผสมที่ปลอดภัย ของสารออกฤทธิ์จากธรรมชาติ และต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงสามารถปกป้องผิวจากการแก่ก่อนวัยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ